ป้องกันติดเชื้อในสถานดูแลผู้สูงอายุ มาตรฐานสาธารณสุข

เนอสซิ่งโฮม

แนวทางป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในสถานดูแลผู้สูงอายุตามมาตรฐานสาธารณสุข

การจัดการความเสี่ยงการติดเชื้อในสถานดูแลผู้สูงอายุ

การป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในสถานดูแลผู้สูงอายุมีความซับซ้อน เนื่องจากผู้สูงอายุมักมีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำและโรคประจำตัวที่ทำให้ความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้น การบริหารจัดการภายในสถานดูแลจึงต้องครอบคลุมองค์ประกอบหลายด้าน ทั้งการดูแลบุคลากร, การจัดสิ่งแวดล้อม, และการใช้เครื่องมือทางการแพทย์อย่างเหมาะสม การรักษาความสะอาดและการควบคุมเชื้อโรคจึงเป็นมาตรฐานสำคัญที่ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

ขั้นตอนสำคัญในการควบคุมการติดเชื้อในสถานดูแล

1. การทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรค

การทำความสะอาดพื้นที่และอุปกรณ์ทุกชนิดในสถานดูแลต้องมีขั้นตอนการฆ่าเชื้อที่เหมาะสม เพื่อกำจัดเชื้อโรคทุกชนิด ทั้งแบคทีเรียและไวรัส โดยใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองและเทคนิคที่ตรงตามมาตรฐานสาธารณสุข การเลือกใช้สารเคมีและวิธีการเช็ดทำความสะอาดต้องสอดคล้องกับประเภทของพื้นผิวและความอ่อนไหวของอุปกรณ์

2. การจัดการกับบุคลากรและผู้ดูแล

บุคลากรเป็นตัวกลางสำคัญในการแพร่กระจายเชื้อโรค การฝึกอบรมอย่างสม่ำเสมอเกี่ยวกับวิธีการล้างมือและการใช้เครื่องมือป้องกันส่วนบุคคล เช่น หน้ากากและถุงมือ จะช่วยลดการแพร่เชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ต้องมีการคัดกรองบุคลากรเพื่อป้องกันการนำเชื้อเข้ามาในสถานดูแล

3. การควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อในผู้สูงอายุ

ผู้ป่วยที่มีอาการติดเชื้อควรได้รับการแยกกักเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไปยังผู้อื่น พร้อมกับการดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคลที่เหมาะสม เช่น การใช้ผ้าปิดจมูกและวิธีการกำจัดของเสียอย่างถูกวิธี

เทคนิคการป้องกันเฉพาะในสถานที่ดูแลผู้สูงอายุ

  • ระบบระบายอากาศ ควรติดตั้งและบำรุงรักษาเพื่อให้อากาศถ่ายเทดี ลดความชื้นที่ทำให้เชื้อโรคเติบโตได้ง่าย
  • การติดตามสุขภาพ ใช้การตรวจสอบและบันทึกข้อมูลสุขภาพอย่างละเอียด เพื่อตรวจจับอาการติดเชื้อได้รวดเร็วและมีมาตรการรองรับทันที
  • การจัดการสารคัดหลั่งและของเสีย ต้องมีกระบวนการกำจัดที่ปลอดภัยและเป็นไปตามข้อกำหนดทางสาธารณสุข เพื่อป้องกันการปนเปื้อน

บทบาทของเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการควบคุมการติดเชื้อ

นวัตกรรมที่นำมาใช้ในสถานดูแลช่วยเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบและควบคุมการติดเชื้อ เช่น ระบบเซ็นเซอร์ตรวจจับความสะอาด, การใช้เครื่องมือฆ่าเชื้อด้วยแสง UV-C, และการบริหารจัดการข้อมูลผู้ป่วยด้วยซอฟต์แวร์เฉพาะทาง เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยลดภาระงานของเจ้าหน้าที่และเพิ่มความแม่นยำในการวางแผนป้องกัน

การเลือกใช้สถานที่ที่เหมาะสมและระบบการดูแลที่ครบถ้วนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพของผู้สูงอายุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน เนอสซิ่งโฮม ที่เน้นบริการด้านสุขภาพและการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด

องค์ประกอบการบริหารจัดการที่ช่วยลดการติดเชื้อ

  • การวางแผน เพื่อกำหนดมาตรฐานและขั้นตอนปฏิบัติงานอย่างชัดเจน
  • การฝึกอบรม ให้บุคลากรทุกระดับเข้าใจและปฏิบัติตามมาตรฐาน
  • การตรวจสอบและประเมินผล เพื่อปรับปรุงกระบวนการและตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง
  • การสื่อสารภายใน ให้ข้อมูลสอดคล้องและรวดเร็วแก่ทีมงานทุกฝ่าย

นอนสบายใจ ช่วงตั้งครรภ์ ลูกแข็งแรงทุกวัน

นอนพักผ่อนอย่างไรให้แม่ท้องสบายใจและลูกแข็งแรงขึ้นทุกวัน

ความสำคัญของการพักผ่อนในช่วงตั้งครรภ์

การนอนหลับที่มีคุณภาพสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพทั้งแม่และลูกในครรภ์ ช่วงเวลานี้ร่างกายต้องการการฟื้นฟูอย่างเต็มที่ เพื่อรองรับการเจริญเติบโตของทารกและลดความเครียดที่อาจเกิดขึ้นได้ การพักผ่อนอย่างเพียงพอช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนและเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการนอนของคุณแม่ท้อง

ความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ เช่น น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น ความดันโลหิต และความรู้สึกไม่สบายตัว ล้วนมีผลต่อคุณภาพการนอน นอกจากนี้ อารมณ์และความวิตกกังวลเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ก็มีบทบาทสำคัญต่อการนอนได้เช่นกัน

เทคนิคการนอนเพื่อความสบายของแม่และลูก

  • เลือกท่านอนที่เหมาะสม – การนอนตะแคงซ้ายช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปยังมดลูกและส่งออกซิเจนไปยังลูกได้ดีขึ้น
  • ใช้หมอนรองรับ – วางหมอนข้างใต้ท้องหรือระหว่างเข่าช่วยลดแรงกดทับและทำให้รู้สึกสบายขึ้น
  • ควบคุมสิ่งแวดล้อมในห้องนอน – อุณหภูมิและแสงสว่างที่เหมาะสมช่วยส่งเสริมการนอนหลับลึก
  • หลีกเลี่ยงของกระตุ้นก่อนนอน – เช่น คาเฟอีนและอาหารหนักที่ทำให้ระบบย่อยทำงานมากจนรบกวนการนอน
  • จัดตารางเวลานอนให้สม่ำเสมอ – เข้านอนและตื่นนอนเวลาเดียวกันทุกวันช่วยส่งเสริมความสมดุลนาฬิกาชีวิต

ผลดีของการนอนหลับที่เหมาะสมต่อทารกในครรภ์

การนอนพักผ่อนที่ดีของแม่สะท้อนผลดีไปยังลูกในครรภ์ ตั้งแต่การพัฒนาสมอง ระบบประสาท และน้ำหนักแรกเกิด เมื่อแม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ฮอร์โมนที่ช่วยกระตุ้นการเติบโตของทารกจะหลั่งออกมาอย่างเหมาะสม ช่วยลดความเสี่ยงปัญหาการคลอดก่อนกำหนดและพัฒนาการที่ล่าช้า

เมื่อต้องการคำแนะนำด้านการตั้งครรภ์และสุขภาพ

สำหรับคุณแม่ที่กำลังเจอความกังวลในเรื่องการตั้งครรภ์ เช่น การนอนไม่หลับหรือปัญหาสุขภาพอื่นๆ การได้รับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญมีความสำคัญมาก การพูดคุยและหาข้อมูลจะช่วยให้การดูแลตัวเองและลูกน้อยเป็นไปอย่างปลอดภัยและมั่นใจ

ใครที่กำลังมองหาความช่วยเหลือในเรื่องนี้ สามารถเข้าไป ปรึกษามีบุตรยาก เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับสถานการณ์เฉพาะตัว

การปฏิบัติจริงเพื่อการนอนหลับที่มีคุณภาพสำหรับแม่ท้อง

ลองทำตามขั้นตอนง่ายๆ เหล่านี้เพื่อช่วยให้การนอนพักผ่อนเป็นไปอย่างราบรื่นและสบายขึ้น

  • เตรียมตัวก่อนนอน – หลีกเลี่ยงการใช้หน้าจออิเล็กทรอนิกส์อย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนนอน และทำกิจกรรมผ่อนคลาย เช่น อ่านหนังสือหรือฟังเพลงช้าๆ
  • การเลือกชุดนอนและผ้าปูที่นอน – ผ้านุ่ม สบาย ระบายอากาศได้ดี ช่วยลดความร้อนและเหงื่อ
  • งดน้ำและอาหารก่อนนอน – เพื่อลดการตื่นมาปัสสาวะบ่อยซึ่งทำให้หลับไม่ต่อเนื่อง
  • เคลื่อนไหวร่างกายเบาๆ ก่อนเข้านอน – เช่น ยืดเส้นยืดสายหรือโยคะท่าพื้นฐาน เพื่อคลายกล้ามเนื้อและช่วยให้นอนหลับเร็วขึ้น
  • ติดตามความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย – บันทึกความรู้สึกและรูปแบบการนอน เพื่อแจ้งแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเมื่อพบปัญหา

เข้าใจการเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition) คืออะไรพร้อมก้าวสู่พลังงานสะอาด

Energy Transition คืออะไร

การเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition) ปัจจัยผลักดันและอุปสรรคที่ควรรู้ในกระบวนการเรียนรู้

การเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition) เป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและมีความสำคัญในการปรับปรุงโครงสร้างพลังงานของสังคม เพื่อรองรับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การศึกษากระบวนการนี้ในมุมมองเชิงวิเคราะห์ช่วยให้เข้าใจปัจจัยผลักดันที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลง รวมถึงอุปสรรคที่ส่งผลต่อการนำไปปฏิบัติอย่างมีประสิทธิผล

ปัจจัยผลักดันที่กระตุ้นการเปลี่ยนแปลงในระบบพลังงาน

ความต้องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและข้อกำหนดจากนโยบายภาครัฐเป็นตัวขับเคลื่อนหลักที่นำไปสู่การเปลี่ยนผ่านพลังงาน นอกจากนี้ เทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็วยังช่วยเพิ่มศักยภาพของแหล่งพลังงานทดแทน ซึ่งส่งผลต่อการลดต้นทุนและการขยายตัวของระบบไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด

  • นโยบายและข้อบังคับภาครัฐ – กฎหมายและมาตรฐานที่เข้มงวดเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นตัวเร่งการเปลี่ยนผ่าน
  • นวัตกรรมด้านเทคโนโลยีพลังงาน – การพัฒนาแบตเตอรี่ กังหันลม และแผงโซลาร์เซลล์ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง
  • ความตื่นตัวของตลาดและผู้บริโภค – การเพิ่มขึ้นของความต้องการพลังงานสะอาดจากผู้บริโภคและภาคธุรกิจส่งเสริมการลงทุนในพลังงานทดแทน

อุปสรรคที่สำคัญในการเปลี่ยนผ่านพลังงาน

ในทางกลับกัน การเปลี่ยนผ่านยังพบกับอุปสรรคหลากหลายที่ทำให้กระบวนการล่าช้าหรือเกิดความไม่ต่อเนื่อง อุปสรรคเหล่านี้ส่วนใหญ่มาจากข้อจำกัดทางเทคนิค การลงทุน รวมถึงภูมิรัฐศาสตร์

  • โครงสร้างพื้นฐานที่ไม่เหมาะสม – ระบบโครงข่ายไฟฟ้าและอุปกรณ์เก็บพลังงานยังต้องได้รับการปรับปรุงเพื่อรองรับพลังงานแหล่งใหม่อย่างเหมาะสม
  • ต้นทุนการลงทุนเริ่มต้นสูง – การติดตั้งเทคโนโลยีพลังงานทดแทนยังต้องใช้เงินลงทุนที่สูง ส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้ประกอบการ
  • ปัญหาด้านนโยบายและความไม่แน่นอนทางการเมือง – การเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือความไม่แน่นอนทางการเมืองส่งผลต่อความมั่นใจของนักลงทุนและผู้พัฒนาโครงการ

กลไกการทำงานและบทบาทของการเรียนรู้ในกระบวนการเปลี่ยนผ่าน

การเปลี่ยนผ่านพลังงานไม่สามารถเกิดขึ้นได้โดยอัตโนมัติ ระบบการเรียนรู้ของทั้งผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและภาคธุรกิจมีบทบาทสำคัญในการปรับตัวและรับมือกับความซับซ้อนของการเปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วงเวลา

กลไกการเรียนรู้ในที่นี้ครอบคลุมตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูลการใช้พลังงาน การพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสม ไปจนถึงการสร้างความเข้าใจในข้อจำกัดและโอกาสของการเปลี่ยนผ่านเพื่อกำหนดแนวทางและกลยุทธ์ในระดับองค์กรและนโยบายสาธารณะ

แนวทางพัฒนาความรู้เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงาน

กระบวนการเรียนรู้และพัฒนาความรู้ควรมุ่งเน้นไปที่การสร้างหลักสูตรและกิจกรรมที่เชื่อมโยงข้อมูลเชิงเทคนิคกับการประยุกต์ใช้จริง เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจภาพรวมและรายละเอียดของระบบพลังงานทั้งระบบ อีกทั้งยังต้องมีการอัพเดตข้อมูลเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

สำหรับผู้สนใจศึกษาข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับกระบวนการนี้ สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากแหล่งข้อมูลที่อธิบาย  Energy Transition คืออะไร  ซึ่งให้รายละเอียดทางเทคนิคและภาพรวมที่ครบถ้วน

ปัจจัยผลักดันอุปสรรคบทบาทของการเรียนรู้ 
นโยบายเข้มงวดต้นทุนลงทุนสูงวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเทคนิค
เทคโนโลยีพลังงานใหม่โครงข่ายไฟฟ้าไม่เพียงพอพัฒนาหลักสูตรเฉพาะ
ความต้องการตลาดเพิ่มขึ้นนโยบายไม่แน่นอนอัปเดตข้อมูลเทคโนโลยี

เมื่อพิจารณากระบวนการเปลี่ยนผ่านพลังงานในมิติของการศึกษาเชิงวิเคราะห์ จะพบว่าสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีต้องได้รับการศึกษาและเข้าใจอย่างรอบด้าน เพื่อเตรียมความพร้อมและกำหนดกลยุทธ์ที่เหมาะสมต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

วิธีกำจัดปลวกปลอดภัย ไม่เสี่ยงสารเคมี

กำจัดปลวก

ปลวกต้องจัดการอย่างไรให้ปลอดภัย ไม่เสี่ยงกับสารเคมีอันตราย

ปลวกเป็นปัญหาที่หลายบ้านและอาคารต้องเผชิญ เพราะมันสามารถทำลายโครงสร้างไม้จนเกิดความเสียหายรุนแรงได้ แต่เมื่อพูดถึงการกำจัดปลวก หลายคนก็มักกังวลเรื่องสารเคมีที่ใช้ เพราะอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนในบ้านและสัตว์เลี้ยงได้ ดังนั้น เราจะมาเจาะลึกวิธีจัดการกับปลวกอย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องพึ่งพาสารเคมีอันตราย

เข้าใจพฤติกรรมของปลวกก่อนเริ่มกำจัด

เพื่อให้การควบคุมปลวกได้ผลดีและปลอดภัย การรู้จักพฤติกรรมของปลวกถือว่าสำคัญมาก ปลวกชอบอยู่ในที่มืด ชื้น และมีอาหารเป็นไม้หรือวัสดุที่มีเซลลูโลส เมื่อค้นพบแหล่งอาหาร พวกมันจะขยายอาณาเขตอย่างรวดเร็ว หากเราเข้าใจจุดนี้ จะช่วยวางแผนป้องกันและกำจัดปลวกได้ตรงจุดมากขึ้น เช่น การตรวจสอบรอยทางเดินของปลวก และการทำความสะอาดพื้นที่รอบบ้านให้แห้งอยู่เสมอ

เลือกใช้วิธีจัดการที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ

การเลือกวิธีจัดการปลวกที่ไม่เสี่ยงกับสารเคมีอันตรายมีหลายทางเลือก โดยเน้นการใช้เทคนิคและผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น

  • วิธีใช้เบาเคมีที่ปลอดภัย: ใช้สารกำจัดปลวกแบบเจลหรือเหยื่อที่มีปริมาณสารเคมีน้อยและควบคุมการกระจายอย่างแม่นยำ
  • ใช้เหยื่อกับสารออกฤทธิ์ต่ำ: เหยื่อที่ปลวกนำไปสู่รังแล้วค่อยๆ กำจัดปลวกทั้งรัง ซึ่งช่วยลดการสัมผัสสารเคมีโดยตรง
  • การใช้ความร้อนหรือไอน้ำ: การยิงไอน้ำหรือเพิ่มอุณหภูมิในจุดที่ปลวกอยู่ เพื่อทำลายรังโดยไม่ต้องใช้สารเคมี
  • ใช้กับดักหรือวิธีเชิงกล: เช่น กับดักกาว หรือวัสดุกั้นไม่ให้ปลวกเข้าถึงไม้

วิธีเหล่านี้ช่วยลดความเสี่ยงจากสารเคมีที่อาจตกค้างและเป็นอันตรายต่อคนในครอบครัว

ขั้นตอนปรับสภาพแวดล้อมเพื่อลดความเสี่ยงปลวก

การปรับสภาพแวดล้อมและดูแลบ้านให้เหมาะสมก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยควบคุมปลวกได้โดยไม่ต้องพึ่งสารเคมีเข้มข้น

  • ตรวจเช็คความชื้น: ปลวกชอบพื้นที่ชื้น จึงควรระบายอากาศให้ดีและเก็บไม้ในที่แห้ง
  • ตัดแต่งต้นไม้และวัชพืช: ป้องกันไม้ร่วงหล่นหรือกิ่งไม้สัมผัสกับตัวบ้าน เพราะเป็นทางเดินของปลวก
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสไม้กับดินโดยตรง: ตั้งเสาไม้หรือโครงสร้างไม้บนฐานที่ไม่สัมผัสดิน
  • ซ่อมแซมส่วนที่เสียหาย: ซ่อมแซมไม้หรือโครงสร้างที่เริ่มเกิดความเสียหาย เพื่อป้องกันการขยายตัวของรังปลวก

เลือกบริการที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ในการจัดการปลวก

สำหรับบ้านหรืออาคารที่มีปัญหาปลวกหนัก การใช้บริการกำจัดปลวกแบบมืออาชีพที่นำเทคโนโลยีมาช่วยจัดการ ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะช่วยให้การกำจัดปลวกแม่นยำและปลอดภัยมากขึ้น เช่น ระบบเหยื่ออัจฉริยะที่สามารถตรวจจับและกำจัดปลวกจากรังโดยไม่ต้องพ่นสารเคมีทั่วบริเวณ

หากสนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการที่ได้มาตรฐานและปลอดภัย สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กำจัดปลวก

ตรวจสอบและติดตามผลหลังการกำจัด

หลังจากทำการจัดการปลวกแล้ว ควรตรวจสอบพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีปลวกกลับมาใหม่ โดยเฉพาะจุดที่เคยมีร่องรอย หากพบปัญหาให้รีบจัดการทันที เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

การกำจัดปลวกอย่างปลอดภัยและไม่เสี่ยงกับสารเคมีอันตรายไม่ได้ยากเกินไป หากเข้าใจและเลือกวิธีที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของบ้าน จะช่วยรักษาความปลอดภัยให้คนในบ้านและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รวม กับ 3 สถานที่เที่ยวแบบเอ้าท์ดอร์ที่นิวยอร์ก

Outdoor attractions

เข้าใจว่าหลายๆ คนกำลังจะลงแดงเพราะไม่ได้ไปเที่ยวไหนกันเลย ส่วนหนึ่งมากจากโควิด และอีกส่วนหนึ่งมาจากเงิน ที่ตอนนี้ทางเราก็คือเดือนชนเดือนเว่อ แค่ยาไส้ไปเดือนๆ ก็แทบกระอักเลือดแล้วจะเอาเงินที่ไหนไปเที่ยว ดังนั้น บทความนี้เราเลยจะพาทุกคนไปเที่ยวทิพย์กัน โดยเราจะไปเที่ยวกับแบบสนุกๆ ปล่อยใจชิวๆ กับ 3 สถานที่เที่ยวแบบเอ้าท์ดอร์ที่นิวยอร์ก ใช่ค่ะ อ่านไม่ผิดที่นิวยอร์กกันไปเลย ซึ่งกับ 3 สถานที่เที่ยวแบบเอ้าท์ดอร์ที่นิวยอร์กที่เรานำมาฝากกันในบทความนี้จะมีอะไรบ้างนั้น ตามมาหาคำตอบกันได้ที่บืความนี้เลย

รวม กับ 3 สถานที่เที่ยวแบบเอ้าท์ดอร์ที่นิวยอร์ก 

  • ที่เที่ยวแบบเอ้าท์ดอร์ที่นิวยอร์ก สถานที่แรก คือ The Vessel  ไปถ่ายรูปเก๋ๆ กับ The Vessel งานประติมากรรมร่วมสมัยสุดอลัง ตั้งอยู่ในโครงการ Hudson Yards ที่มีพื้นที่ทั้งหมด 70 ไร่ อยู่ทางทิศตะวันตกของ แมนฮัตตัน (Manhatton) สิ่งที่เจ๋งเกี่ยวกับงานประติมากรรมชิ้นนี้คือมีลักษณะคล้ายตึกรูปทรงแปลกตาที่ให้พวกเราขึ้นไปเดินเล่นชมวิวเมืองนิวยอร์กบนนั้นได้ เป็นตึกที่สายโซเชียล และสายอาร์ตห้ามพลาดเด็ดขาด เพราะถ่ายรูปสวยมากกก แถมยังสามารถเป็นแรงบันดาลใจสำหรับคนที่อยากสร้างสรรค์งานที่แปลกใหม่ได้ด้วยนะ
  • ที่เที่ยวแบบเอ้าท์ดอร์ที่นิวยอร์ก สถานที่ 2 คือ Flatiron Building – Flatiron Building ตึกรูปทรงสามเหลี่ยมที่มองมุมไหนก็ต้องทึ่งกับการก่อสร้างที่ฉีกทุกกฎความเป็นไปได้ เพราะนอกจากความแบนผิดกับตึกทั่วไปแล้ว ยังเป็นตึกที่สูงมากๆ จนน่าหวาดเสียว แต่ก็เป็นแลนด์มาร์คที่ยังไงก็ต้องไปถ่ายรูปด้วย เพราะเป็นความเจ๋งที่หาไม่ได้จากที่ไหนอีกแล้ว
  • ที่เที่ยวแบบเอ้าท์ดอร์ที่นิวยอร์ก สถานที่ 3 คือ The Oculus World Trade Center – The Oculus อีกตึกรูปทรงแปลกตาในมหานครนิวยอร์ค ส่วนหนึ่งของ เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ (World Trade Center) เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์ 9-11 เมื่อวันที่ 11 กันยายน ปี ค.ศ. 2001 ด้านในเป็นทั้งห้างสรรพสินค้า และสถานีรถไฟขนาดใหญ่ ตัวสถาปัตยกรรมออกแบบโดย Santiago Calatrava สถาปนิกชาวเสปน ภายนอกและภายในมีโครงสร้างเป็นซี่ๆ ตั้งเรียงกันทั้งสองด้าน มีลักษณะคล้ายปีกสีขาว เป็นสถาปัตยกรรมสุดล้ำที่ควรไปเยือนสักครั้ง

และทั้งหมดทั้งมวลนี้ ก็คือ ที่เที่ยวแบบเอ้าท์ดอร์ที่นิวยอร์ก ทั้ง 3 ที่ที่เรานำมาฝากกันในบทความนี้นั่นเอง ทั้งนี้ เราขอบอกเลยว่าให้ทุกคนอดทนและดูแลตัวเองให้ดีๆ เซฟตัวเองให้มากที่สุด พอถึงวันที่เราสามารถไปเที่ยวได้ เราจะได้พร้อมบินโลด

หนาว ๆ แบบนี้ไปดูทะเลหมอกกันไหม

fog

หน้าหนาวทั้งทีต้องขอได้แตะทะเลหมอก

คุณเป็นสายไหนระหว่างทีมทะเลและทีมภูเขา หากว่าคุณเป็นทีมภูเขา ชอบอากาศเย็นอากาศหนาวและอยู่บนพื้นที่สูงแปลว่าเรานั้นอยู่ทีมเดียวกัน ถือว่าเป็นสิ่งที่หาได้ยากกับบุคคลอื่นอื่นที่จะมีความชอบเหมือนเหมือนกันกับเรา และยิ่งอากาศแบบนี้ถ้าได้ไปเที่ยวภูเขาทั้งทีจะไม่แวะไปดูทะเลหมอกกันหน่อยเลยหรอ

ซึ่งทะเลหมอกสวย ๆ นั้นก็มีอีกเยอะอยู่มากมาย วันนี้เราเลยรวบรวมสถานที่ที่ดูทะเลหมอกมาฝาก ใครที่ชอบหน้าหนาว ชอบขึ้นดอย ก็อย่าลืมแวะมาดูทะเลหมอกกันด้วยล่ะ

ไปดูทะเลหมอกที่ไหนดี

1 ภูชี้ฟ้า จังหวัดเชียงราย

2 ดอยเสมอดาว จังหวัดน่าน

3 ดอยหลวงเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ 

4 กิ่วแม่ปาน จังหวัดเชียงใหม่

5 ห้วยน้ำดัง จังหวัดเชียงใหม่

6 พะเนินทุ่ง จังหวัดเพชรบุรี 

7 ภูลังกา จังหวัดพะเยา

8 ภูทับเบิก จังหวัดเพชรบูรณ์

9 ภูทอก จังหวัดเลย

10 ดอยแม่ระเมิง จังหวัดตาก

11 ดอยอ่างข่าง จังหวัดเชียงใหม่

12 ดอยแม่ตะมาน สถานีเกษตรที่สูงสันป่าเกี๊ยะ เชียงใหม่

13 ดอยผาตั้ง จังหวัดเชียงราย

14 ดอยเมี่ยง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

15 ม่อนพูนสุดา อุทยานแห่งชาติแม่เมย จังหวัดตาก

16 ดอยแม่จอก อุทยานแห่งชาติขุนสถาน จังหวัดน่าน

17 ภูหัวฮ่อม จังหวัดเลย

18 ภูชี้เพ้อ จังหวัดแม่ฮ่องสอน

19 ห้วยอีสัน จังหวัดหนองคาย จังหวัดอุดรธานี

20 เขาไข่นุ้ย จังหวัดพังงา

บอกลาผ้าห่มที่บ้าน

อากาศและบรรยากาศดีขนาดนี้จึงไม่ควรพลาดเลยกับการชมทะเลหมอก ที่ปกคลุมล้อมรอบอยู่รอบตัวเรา ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บนเมฆ ล่องลอยไปกับหมอก ซึ่งบรรยากาศแบบนี้ถือว่าหาได้ยาก เพราะนอกจากฤดูหนาวแล้วก็เหมือนว่าจะไม่สามารถเจอทะเลหมอกได้อีก นาน ๆ มีครั้งแบบนี้เราจะพลาดในการไปดูทะเลหมอกกันได้อย่างไร ใครชอบทะเลหมอกต้องจับมือชวนเพื่อน ๆ คุณพ่อ คุณแม่ คุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย ไปเที่ยวกันแล้ว

อุปกรณ์จำเป็นสำหรับเดินป่า ที่คุณต้องมีติดตัว

Essential hiking gear

เข้าสู่ฤดูเดินป่า เที่ยวเขา ตั้งแคมป์ปิ้งเป็นที่เรียบร้อย หลายคนคงกำลังวางแผนว่าฉันจะพิชิตเขาลูกไหน หรืออยากไปตั้งแคมป์ปิ้งที่ไหน แต่ว่าเป็นมือใหม่สุดๆ ไม่รู้ว่าจะต้องเตรียมตัวอย่างไร อุปกรณ์ไหนจำเป็นต่อการเดินป่าบ้าง เพราะฉะนั้นวันนี้เราเลยเตรียม 4 อุปกรณ์จำเป็นสำหรับเดินป่า เดินเขา ตั้งแคมป์มาฝาก 

4 อุปกรณ์เดินป่า เดินเขา ที่ต้องมีติดตัว

1. กระเป๋าเป้และเสื้อผ้าที่จำเป็น

ในการเลือกกระเป๋าเป้ควรคำนึงถึงวัสดุที่มีน้ำหนักเบาและทนทาน เนื่องจากเราต้องพกของตลอดการเดินทาง นำหนักรวมของที่ต้องแบกในพิจารณาด้วยความระมัดระวัง ในส่วนของเสื้อผ้าควรเลือกให้มีความสามารถในการระบายอากาศได้ดีและมีความเบาสบาย ไม่ควรเลือกเสื้อผ้าที่หนาเกินไป เสื้อควรเป็นแบบแขนยาวเพื่อป้องกันการขีดขวดจากกิ่งไม้ หรือหากคุณชอบสวมเสื้อแขนสั้น ควรพกปลอกแขนที่ทนทานเสมือนเสื้อคลุมแขน สำหรับกางเกง ถ้าคุณหากางยีนสะดวกใช้กางนั้นก็ได้ แต่หากคุณต้องการความสะดวกในการเดินทางในป่า กางเกงเดินป่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เนื่องจากเนื้อผ้ามีความนุ่มและระบายอากาศได้ดีมากกว่า อย่าลืมเตรียมเสื้อคลุมกันฝนไปด้วย

2. รองเท้าสำหรับเดินป่า

รองเท้าเป็นสิ่งจำเป็นในการเดินป่า ้เพิ่มความสะดวกสบายในป่าได้ รองเท้าที่เหมาะสำหรับการเดินป่าควรมีพื้นที่รองรับเท้าที่ทำจากยางเหนียวเพื่อช่วยในการยึดเกาะในขณะที่คุณเดินในป่า และควรมีโครงสร้างที่สามารถรับแรงกระแทกได้ดีในบริเวณข้อเท้า นอกจากนี้ยังควรสามารถป้องกันน้ำได้ ควรเลือกรองเท้าที่เหมาะกับขนาดเท้าของคุณ และอย่าลืมสวมถุงเท้าที่มีความนุ่มและสบายบนฝ่าเท้าเพื่อความสะดวกในการเดินทาง การเดินทางในป่ามักมีระยะทางที่ไม่น้อย อาจถึง 1-2 กิโลเมตร ดังนั้นรองเท้าควรถูกเลือกอย่างดีเพื่อให้คุณสามารถเดินทางไปได้อย่างสบายใจ

3. ถุงนอน และเต็นท์

หากคุณวางแผนที่จะเดินทางเข้าป่าเป็นระยะเวลามากกว่า 1 วัน จะมีความจำเป็นที่ต้องมีถุงนอนและเต็นท์เพื่อค้างคืนในป่า นอกจากนี้ยังควรมีอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการกางเต็นท์เช่น แผ่นรองกันน้ำค้าง ที่นอนเป่าลม และเปลอก การยืนยันว่าอุณหภูมิในป่ามักจะต่ำกว่าอุณหภูมิทั่วไป แม้ในช่วงฤดูร้อน ในป่ามักจะเย็นอยู่ตลอดเวลาเหมือนมีแอร์คอนดิชันเนอร์ติดไว้ ดังนั้น ถ้าคุณวางแผนที่จะไปเดินป่าและค้างคืนในเต็นท์ ควรลงทุนในการเลือกซื้อเต็นท์และถุงนอนที่มีคุณภาพดี สำหรับเต็นท์ควรเลือกผ้าที่สามารถกันน้ำค้างได้ดีและมีผ้ามุ้งเย็บติดเพิ่มเติมเพื่อป้องกันยุงป่า ส่วนถุงนอนควรเลือกรูปแบบที่มีน้ำหนักเบาและสามารถรักษาความอบอุ่นให้กับร่างกายในภายในได้

4. ชุดปฐมพยาบาล

สิ่งที่ควรนำไปเสมอเมื่อออกเดินทางคือยาสามัญประจำบ้าน ชุดเครื่องปฐมพยาบาล และยาสำหรับรักษาโรคประจำตัว ให้เก็บทั้งหมดนี้ในกระเป๋าเสมอทุกครั้ง เพื่อใช้ในกรณีที่เกิดบาดเจ็บหรือเหตุอุบัติเหตุ จะมียามช่วยเร็ว ๆ และอย่าลืมเพิ่มสเปรย์กันยุงและยากันทากในกระเป๋าด้วย

เที่ยวคนเดียวได้สบายมาก ไม่มีเหงา

Traveling alone

ความเหงาคืออะไร..?

หลาย ๆ คนบอกว่าการเที่ยวคนเดียวเป็นเรื่องที่น่ากลัว และดูเหงาเกินไป แต่ตวามจริงแล้วการเที่ยวคนเดียวไม่ใช่เรื่องน่ากลัวหรือเหงาอะไรทั้งนั้น เพราะถือว่าเป็นอีกประสบการณ์นึงที่คุณจะได้พบจากการเที่ยวคนเดียวในครั้งนี้ ที่แตกต่างจากการไปเที่ยวทุกครั้งที่ไปกับคนหมู่มาก ข้อดีของการไปเที่ยวคนเดียวนั้นมีมากมายไม่ใช่มีเพียงแต่ความเหงาอย่างที่ใครเขาบอกมา

ข้อดีของการแบกเป้เที่ยวคนเดียว

1. ได้พบความเป็นอิสระ

ไม่ต้องมีใครมาติดตามเรา และเราไม่ต้องไปติดตามใคร ไม่ต้องสนใจใครหรือเรื่องอะไรก็แล้วแต่ สามารถที่จะทำอะไรก็ได้เลย คิดและใช้ชีวิตตัดสินใจด้วยตัวของเราเองหมดทุกอย่าง

2.ได้ขจัดความกลัว

เราทุกคนต่างมีความกลัวอยู่ภายใต้ในจิตใจ เราสามารถที่จะกลัวเรื่องอะไรก็ได้ ทั้งเรื่องที่เกิดขึ้นจริงหรือเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้นก็ตาม แต่การที่เราไปเที่ยวคนเดียวนั้นทำให้เราต้องมีความกล้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

3. ได้รู้จักการวางแผน 

ไปคนเดียวยิ่งต้องมีการวางแผนเป็นพิเศษ จัดลำด้บความสำคัญ สิ่งไหนมาก่อน มาหลัง หรืออะไรยังไงต้องมีการวางแผน

4. ได้ฝึกความอดทนให้กับตนเอง

ให้มีความกล้าหาญ เพราะการเดินทางไปเที่ยวคนเดียวจะได้ แบกเป้ หรือต่อรถรา ก็ต้องใช้ความอดทน หรือต้องรถรถนานหลายชั่วโมง และหากเที่ยวในเมืองไทย จะขับรถไปเที่ยว หรือขับมอเตอร์ไซต์ นั่งรถทัวร์ ก็ต้องใช้ความอดทนไม่น้อย และอยู่คนเดียวอยู่แบบลำพัง

5. ได้รู้จักที่จะดูแลตัวเองเป็นพิเศษ

การไปเที่ยวคนเดียวนั้นทำให้เราหันมาดูแลตัวเองเป็นพิเศษ โฟกัสที่ตัวเอง ให้ความสำคัญกับตัวเองว่าในตอนนี้เราเป็นอย่างไร รู้สึกอย่างไร เรามีความสุขไหม หรือว่ากำลังต้องการอะไร ประสบการณ์? หรือสิ่งไหน

6. ได้รู้จักภาษาและวัฒนธรรมใหม่ ๆ

เมื่อต่างถิ่น ต่างแดนก็มักจะมีอะไรใหม่ ๆ เสมอ ทั้งวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ การกิน การอาศัย ภาษา ต่าง ๆ นานา

8. ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และพบปะผู้คน

การออกไปเที่ยวทำให้เราได้พบเจอกับผู้คนมากมาย และสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เราไม่คาดคิด ทำให้เรามักได้ประสบการณ์ขึ้นมาเรื่อย ๆ ซึ่งหากเราไม่ได้มาเที่ยวคงอาจไม่ได้พบเจอสิ่งเหล่านี้

9. ได้รับไอเดียไหม่ ๆ จากการเดินทาง

แน่นอนว่าการออกเดินทางทำให้เราพบปะผู้คนและอะไรใหม่ ๆ อยู่ตลอด ทำให้เราได้เปิดกว่ามุมมองต่าง ๆ มีไอเดียใหม่ ๆ ออกมามากมายมากกว่ากับอยู่แต่กับในห้องที่เดิม ๆ

10. ได้มอบกำไรให้ตัวเอง

ถึงเวลาพักผ่อนก็ต้องได้พักผ่อน และการมาเที่ยวก็เป็นยาเติมพลังและแหล่งชาร์จพลังงานความพักผ่อนได้เป็นอย่างดี

ฉายเดี่ยว เที่ยวคนเดียวก็ดี

หากใครอยากไปเที่ยวแต่ไม่มีคนไปด้วยก็ไม่เป็นไร และไม่ต้องรีต้องรออะไรทั้งนั้น ออกมาเที่ยวคนเดียวกันเลยดีกว่า เพราะข้อดีของการแบกเป้ไปเที่ยวคนเดียวนั้นมีมากมายถือว่าเป็นการเรียนรู้ประสบการณ์อย่างหนึ่งที่ต้องมีการเริ่มต้น และลองทำ หากไปเที่ยวกับเพื่อน คุณอาจไม่ได้รับประสบการณ์การเที่ยวคนเดียวแบบนี้ จะให้อะไรคุณกลับไปได้เยอะแยะมากมายเลย

สถานที่เที่ยวและทำกิจกรรมสุดสัปดาห์ทั่วกรุงเทพฯ

Do weekend activities

เสาร์อาทิตย์ไปไหนดี ถือเป็นคำถามยอดฮิตที่หลายคนต้องถามทุกครั้งเมื่อถึงวันหยุด แต่ว่าจะไปเดินห้างสรรพสินค้าอย่างเดียวก็คงน่าเบื่อ เพราะคนเยอะ แออัด และเป็นกิจกรรมเดิมๆ ซึ่งหลายคนอาจจะไม่ชอบ เพราะฉะนั้นวันนี้เราเลยเตรียมสถานที่เที่ยวและทำกิจกรรมทั่วกรุงเทพฯ 

ปั่นจักรยานเที่ยวในสวนรถไฟ

สวนรถไฟเป็นอีกพื้นที่สาธารณะใจกลางเมืองที่บรรยากาศดี ร่มรื่นและน่ามาใช้งาน แต่สำหรับคนที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัว จุดเช่าจักรยานจะอยู่ค่อนข้างไกลจากขนส่งสาธารณะ (ถ้ามาจาก BTS ต้องเดินต่ออีกประมาณ 2.3 กม. ถ้าไม่อยากเหนื่อยก่อนอาจจะนั่งวินมอเตอร์ไซค์แทนก็ได้) แต่ถ้ามาด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถจอดรถแล้วเดินไปเช่าจักรยานใกล้ๆ ลานจอดรถสวนรถไฟได้เลย ที่ร้านเช่าจักรยานมีให้เลือกหลากหลายแบบ มีทั้งจักรยานเด็กและผู้ใหญ่ เริ่มต้นที่ 30 – 100 บาท มาแต่ตัวก็ปั่นได้ทั้งครอบครัว ทางจักรยานที่สวนรถไฟมีระยะทางรอบละประมาณ 2.5 กิโลเมตร แนะนำให้แต่งตัวคล่องแคล่วเหมาะกับการออกกำลังกาย เพราะถึงจะร่มรื่นบรรยากาศดี แต่ปั่นจักรยานช่วงกลางวันหรือแม้แต่ช่วงเย็นก็ร้อนจนหลังเปียกได้เช่นกัน 

สถานที่ : สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) 

เวลาทำการ : สวนรถไฟ 04.00 – 21.00 น., ร้านเช่าจักรยาน 08.00 – 19.00 น.

ราคา : 30 – 100.-

ที่ตั้ง : ถนน กำแพงเพชร 3 แขวง ลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900

SUP Talingchan 

ในปัจจุบัน กิจกรรม SUP Board (Stand Up Paddling) ในกรุงเทพฯ ไม่เป็นเรื่องยากต่อไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องเดินทางไกลถึงทะเลเพื่อทำการพายซัปบอร์ด เพราะคุณสามารถพายในพื้นที่ในเมืองได้ง่ายดาย กิจกรรมพายซัปบอร์ดที่แต่ละสถานที่จะมีบรรยากาศและประสบการณ์ที่แตกต่างกัน ที่ SUP Talingchan คุณจะได้พบวิถีชีวิตริมน้ำที่ใกล้ชิดและเห็นวิวกรุงเทพฯ ในมุมมองที่เป็นฉิวไปด้วย จุดเริ่มต้นของการพายคือร้าน The Fence Craft Beer Bar ระยะทางไปกลับประมาณ 4 กิโลเมตร เส้นทางนี้จะออกจากร้านแล้วเลี้ยวขวา และพายตามคลองบางระมาดผ่านวัดช่างเหล็ก สะพานดำ วัดตลิ่งชัน ตลาดน้ำตลิ่งชัน และมุมปลายทางที่ประตูน้ำที่เชื่อมคลองชักพระกับคลองบางกอกน้อย ใช้เวลาในการพายประมาณ 2 ชั่วโมง ถ้าเลือกพายในช่วงเย็นคุณจะได้เพลิดเพลินกับวิวพระอาทิตย์ตกที่ใกล้ชิดในคลอง และหลังจากพายเสร็จสิ้น คุณสามารถแวะที่ร้านเบียร์ชิลๆ และรับประทานอาหารอร่อยๆ ได้ที่นี่

สถานที่ : SUP Talingchan (ท่าน้ำอยู่ในร้าน The Fence Craft Beer Bar)

เวลาทำการ : ให้บริการวันละ 2 รอบ รอบที่ 1 08.00 – 10.00 น. และรอบที่ 2 15.30 – 17.30 น. ราคา : ค่าบริการ 600.-/คน ระยะเวลา 2 ชั่วโมง

ที่ตั้ง : 34 ถนนแก้วเงินทอง แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร 10170

Stonegoat Climbing

ในย่านพระโขนงของกรุงเทพฯ เราอยากแนะนำสถานที่ปีนผาใหม่ที่น่าสนใจ นั่นคือ Stonegoat Climbing ที่นี่เป็นสถานที่ที่เฉพาะเจาะจงในการปีนผาแบบ Bouldering หรือการปีนผาตัวเปล่าที่ต้องใช้ทุกส่วนของร่างกาย ความเพลิดเพลินของการปีนที่ Stonegoat Climbing มาจากเส้นทางปีนที่เปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่อง แต่ละโซนมีความชาเลนจ์ที่แตกต่างกัน แบ่งเป็น 7 สี 7 ระดับ ตั้งแต่เริ่มต้นด้วย Introduction, Challenge และ Futile และยังมีหน้าผาทั้งหมด 6 โซน ได้แก่ Tonsai (ต้นไทร), Railey (ไร่เลย์), Island (เกาะ), Sikhio (สีคิ้ว), Competition Wall, และ Khon Kaen (ขอนแก่น) ที่เราสามารถเลือกเส้นทางที่ตรงกับความเชี่ยวชาญของเราได้ ถ้าคุณอยากเรียนรู้เทคนิคการปีนเพิ่มเติมกว่านี้ คุณสามารถลงคอร์สเพิ่มเติมเพื่อเรียนรู้ได้เช่นกัน และถ้าคุณต้องการปีนเองโดยไม่ต้องใช้ครูสอน คุณสามารถเข้าไปปีนได้ทันที สิ่งที่น่าสนใจคือย่านนี้มีร้านอาหารอร่อยเป็นจำนวนมาก คุณสามารถแวะไปรับประทานอาหารอร่อยที่ร้านโอกินาวาคินโจหรือทานไอศกรีมที่ร้านรินทาโรต่ได้เลย

สถานที่ : Stonegoat Climbing

เวลาทำการ : จันทร์-ศุกร์ 11.00 – 22.00 น., เสาร์-อาทิตย์ 10.00 – 21.00 น.

ราคา : Day Pass ผู้ใหญ่ 450.- เด็ก 360.- รองเท้า 100.- ชอล์ก 20.-

ที่ตั้ง : 36/3 ซอยสุขุมวิท 69 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 

Urban Playground Climbing

การปีนผาเป็นกิจกรรมที่เราอยากชวนให้ลองทำอย่างหนึ่งในชีวิต มันเหมาะสำหรับคนที่ต้องการออกแรงทั่วร่าง เนื่องจากปีนผาเป็นกีฬาที่ต้องใช้ร่างกายทุกส่วน ทั้งแขน ขา และลำตัวในการพาตัวขึ้นไปสู่จุดสูงสุด นอกจากนี้ยังต้องใช้ความมุ่งมั่นและสมาธิในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการปีนด้วย ต้องวางแผนการปีนและวิเคราะห์เส้นทางอย่างละเอียด เพื่อให้การใช้ร่างกายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถปีนถึงยอดได้อย่างที่ต้องการ โดยที่นี้มีทั้ง 2 แบบ Top Roping และ Bouldering

สถานที่ : Urban Playground Climbing (อยู่ใน The Racquet Club)

เวลาทำการ : จันทร์-ศุกร์ 11.00 – 22.00 น., เสาร์-อาทิตย์ 10.00 – 21.00 น.

ราคา : Day Pass วันธรรมดา 475.-, วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 575.-,

ค่าครูผู้สอน (Belay Service) 500.-/ชั่วโมง (เหมาะสำหรับคนที่ปีนครั้งแรก), ค่าเช่ารองเท้า 150.-

ที่ตั้ง : อาคาร The Racquet Club สุขุมวิท 49/9 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

คุณเองก็เป็นได้นะ คนตั้งเต็นท์

People pitching tents

เราควรฝึกการตั้งเต็นท์ เพื่อการไปเที่ยวที่สมบูรณ์

หน้าหนาวแบบนี้ใครมีแพลนที่จะไปเที่ยวไหนกันบ้างเพื่อไม่ให้เสียบรรยากาศของหน้าหนาวแบบนี้ก็ต้อง ไปกลางเต็นท์นอนกันหน่อยเพื่อให้ร่างกายได้ปะทะกับลมเย็นแบบเต็มเต็ม อากาศดีขนาดนี้ใครที่นอนอยู่ในห้องของบ้านก็อาจจะมีเสียดายกันบ้าง ถ้าไม่รีบออกมากสงเต็นท์นอนข้างนอกในตอนนี้เพราะถือว่าเป็นช่วงเวลาและบรรยากาศที่ดีมาก ๆ อีกช่วงนึงเลย

How to การตั้งเต็นท์

วิธีกางเต็นท์ : 1 ทำความสะอาด เคลียร์พื้นที่

หาพื้นที่บริเวณกางเต็นท์ และกำจัดเศษกิ่งไม้ ก้อนหิน หรือของแข็ง ที่อยู่ออกให้หมด เพื่อป้องกันไม่ให้ของแหลมคมแทงพื้นเต็นท์ เพื่อให้เราได้นอนสบาย และเต็นท์ปลอดภัยไม่ชำรุด

และถ้าไม่อยากกางเต็นท์บนบกที่ให้ฟิลเหมือนอยู่บนน้ำ อย่ารองพื้นเต็นท์โดยแผ่นรองพื้น (Ground sheet) ในช่วงหน้าฝน เพราะแผ่นรองพื้นมีคุณสมบัติกันน้ำ เหมือนฟรายชีท ทำให้แผ่นรองพื้นเก็บกักน้ำเป็นอย่างดี เมื่อกางเต็นท์บนแผ่นรองพื้นจึงเสมือนกางเต็นท์บนน้ำ หรือแม้แต่ฤดูร้อน ฤดูหนาว ก็ไม่ควรเอาแผ่นรองมารองเกินขนาดเต็นท์เพราะที่เกินออกมาข้างนอก อาจทำให้โดนหมอก และเป็นฟิลเปียก ๆ และซึมเข้าไปในเต็นท์ เหมือนกางเต็นท์บนน้ำได้อีกเช่นกัน

วิธีกางเต็นท์ : 2 ต่อเสาเต็นท์ ทั้งสองเส้น แล้วเสียบแบบทะแยง

วิธีกางเต็นท์ : 3 ดันเสาขึ้น

ดันเสาขึ้นเต็นท์ แล้วเสียบกับตัวเสียบที่ติดมาพร้อมกับมุมทั้ง 4 ของเต็นท์ ที่ละข้างและที่ละเส้น (เมื่อกางเต็นท์คนเดียว) หรือทำทั้งสองข้างพร้อมกัน (กรณี กางเต็นท์ 2 คน)  เต็นท์จะตึงเป็นรูปโดมทันที

วิธีกางเต็นท์ : 4 ยึดเต็นท์ให้แข็งแรง

ตรงยอดเต็นท์จะมีเชือกหรือตัวเกี่ยว นำไปผูกหรือเกี่ยวกับเสาเต็นท์ที่ตัดกันตรงยอด เพื่อให้เต็นท์ตึง และนำตัวเกี่ยวที่เหลือตรงเหลี่ยมเต็นท์เกี่ยวยึดกับเสาเต็นท์ให้หมด เพื่อให้เต็นท์แข็งแรงขึ้น

วิธีกางเต็นท์ : 5 จัดการฟลายชีท (ผ้าคลุมเต็นท์)

นำเสาฟลายชีทที่มาพร้อมกับเสาสั้นของเต็นท์ นำมาต่อกันแล้วนำไปเสียบในช่องที่เย็บติดกับฟลายชีททั้งสองเส้น แล้วนำเชือกที่เย็บติดกับฟลายชีทตรงกึ่งกลางผูกติดกับเสาฟลายชีท ตรงที่ตัดกัน  ตรงตะเข็บฟลายชีท (ตามแนวเสาฟลายชีท) จะมีตีนตุ๊กแกหรือเมจิกเทปอยู่ให้แกะออก แล้วนำไปยึดติดกับเสาฟลายชีท เพื่อยึดเสากับฟลายชีทเป็นชิ้นเดียวกัน

วิธีกางเต็นท์ : 6 ยึดฟลายชีทเข้ากับหลังคาเต็นท์

ชุดฟลายชีทไปคล่อมหรือปิดหลังคาเต็นท์ โดยเอาปลายเสาฟลายชีทไว้ตรงกับประตูเต็นท์ ทำการยึดด้วยตัวเกี่ยวที่ติดมากับมุมทั้ง 4 ของฟลายชีท ยึดเข้ากับห่วงตรงมุมทั้ง 4 ของตัวเต็นท์ แล้วยึดเมจิกเทปหรือตีนตุ๊กแกตรงมุมตะเข็บของฟลายชีทเข้ากับตัวเต็นท์ เพื่อให้ฟลายชีทมั่นคง แข็งแรงขึ้น

วิธีกางเต็นท์ : 7 ใช้สมอช่วยยึด กันลมกระโชก

วิธีนี้เหมาะสำหรับใช้ช่วงฤดูฝน นำสมอไปยึดกับมุมทั้ง 4 ของตัวเต็นท์ เพื่อกันลมกระโชก ช่วยให้เต็นท์มั่นคงและอยู่ตัว  นำเชือกไปผูกกับปลายฟลายชีทตรงกลางระหว่างเต็นท์ด้านหน้าต่างและตรงตะเข็บด้านนอก ดึงให้ตึงยึดด้วยสมอบก  เพื่อไม่ให้ฟลายชีทติดกับตัวเต็นท์ เว้นช่องว่างให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก

ออกไปเที่ยวและตั้งเต็นท์กัน

การกางเต๊นท์ถือว่าไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลยทางเรานั้นเข้าใจดีหากว่าจะต้องกางเต็นท์นอนในครั้งแรก ๆ แต่อากาศแบบนี้จะไม่นอนเต๊นท์ไหวหรอ ถึงจะมีหลายขั้นตอนแต่ก็คงต้องขอลงมือทำกันหน่อย และเพื่อที่จะได้นอนเต็นท์ได้รับอีกหนึ่งมิติถือว่าเป็นบรรยากาศที่ดีและลงตัว